Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

เปิดทุกวัน

08.30 - 17.30 น.

เราช่วยคุณได้

@yhimlamaitravel

Travel License : 51/00958

หน้าแรก

/

ผลงานที่ผ่านมา

/

เที่ยวลาว เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง โดยรถไฟความเร็วสูง

เที่ยวลาว เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง โดยรถไฟความเร็วสูง

เที่ยวลาว เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง โดยรถไฟความเร็วสูง

ทริปนี้เราพาคณะเดินทางไปประเทศลาว เที่ยวเวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง ทริปนี้คณะสนุกสนาน เป็นกันเอง ตลอดทริปเลยค่ะ ขอบคุณที่ให้ยิ้มละไมทราเวลได้ดูแลทุกท่านในทุกการเดินทาง 

พาคณะดูงาน จังหวัดอุดรธานี

คณะศึกษาดูงาน จังหวัดอุดรธานี 

ร้านอาหารอร่อยที่อุดรธานี

คณะเราไปทานอาหารหลังจากดูงาน

เดินทางไปขอพรที่ คำชะโนด

หนึ่งไฮไลท์ที่สายมูต้องไม่พลาด คือที่นี่ เมื่อมาอุดรธานี เราไปขอพรจากองค์พ่อปู่ศรีสุทโธ องค์แม่ย่าศรีปทุมมา ณ คำชะโนด วังนาคินท์ เฮงๆ รวยๆ ทุกท่านนะคะ 

เดินทางเที่ยวเวียงจันทน์

เราพาคณะข้ามด่านไทย ณ ด่านชายแดนจังหวัดหนองคาย และไปที่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว หลายคนบอกว่าใกล้ๆบ้านเราไม่น่ามีอะไรเที่ยว แต่ที่นี่มีเยอะนะคะ สายมู สายพญานาคต้องมาสักการะ วัดธาตุหลวง เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวลาวและทุกๆคน มาเวียงจันทน์ต้องมาที่นี่ คณะของเราเดินรอบพระธาตุเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ และ ถือเป็นการได้รับพรดีๆ ราบรื่น ทุกๆการมาเยือน    เวียงจันทน์ เมืองหลวงของ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เต็มไปด้วยปูชนียสถานสำคัญ หนึ่งในนั้นก็คือ พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ Pha That Luang Vientiane ค่ะ ศาสนสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เรียกได้ว่า หากไม่ไปกราบไหว้สักการะก็เหมือนไปไม่ถึงเวียงจันทน์เลยทีเดียว ตามเรามาเที่ยวชมความสวยงามของที่นี่กันได้เลย!

ภายในตลอดทางเดินทั้ง 4 ด้านรอบๆ พระธาตุหลวง จะมีโบราณวัตถุต่างๆ พระพุทธรูปเก่าแก่ วางเรียงรายตลอดแนวให้เราได้ชมกันค่ะ เราเลยเดินชม และอ่านเรื่องราวต่างๆ ได้ เหมือนได้มาเดินเที่ยวในพิพิธภัณฑ์เลยทีเดียว องค์พระธาตุหลวงเวียงจันทน์นั้น มีลักษณะสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมากๆ ค่ะ องค์พระธาตุมีความสูงอยู่ที่ 45 เมตร มีลักษณะคล้ายดอกบัวตูม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์คำสอนของพระพุทธเจ้า ด้านในบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกยาวด้านละ 69 เมตร ล้อมรอบด้วยใบเสมาทั้งหมด 323 ใบ และมีหอไหว้ทั้ง 4 ด้าน บริเวณใกล้ๆ กับพระธาตุนั้นจะเป็นที่ตั้งของวัดทั้ง 2 แห่ง คือ วัดธาตุหลวงเหนือ และ วัดธาตุหลวงใต้

ประวัติ พระธาตุหลวงเวียงจันทน์

      หากถามถึงปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดของ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แล้ว สถานที่แรกที่นึกถึงคงต้องเป็น พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า พระเจดีย์โลกะจุฬามณี ที่ตั้งอยู่บริเวณทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ เวียงจันทน์ (Vientiane)ที่นี่นับเป็นพระธาตุที่เก่าแก่มากๆ ตามตำนานกล่าวไว้ว่า พระธาตุหลวงนั้นสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองเวียงจันทน์ สันนิษฐานว่าสร้างในช่วงปี พ.ศ.238 โดย บุรีจันอ้วยล้วย หรือ พระเจ้าจันทบุรีประสิทธิศักดิ์ เจ้าเหนือหัวผู้ครองนครเวียงจันทน์พระองค์แรก พร้อมกับพระอรหันต์ 5 องค์นั่นเองค่ะ และเชื่อว่าก่อสร้างในยุคสมัยเดียวกับ พระธาตุพนม ที่จังหวัดนครพนม ประเทศไทยด้วย นับว่ามีอายุกว่าสองพันปีเลยทีเดียว 

ประเพณีบุญนมัสการพระธาตุหลวงเวียงจันทน์

นอกจากนี้ในทุกๆ ปีจะมีการจัดงานประจำปีของประเทศลาวคือ ประเพณีบุญนมัสการพระธาตุหลวง ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณกาลค่ะ ในวัน ขึ้น 13 ค่ำเดือน 12 ตอนบ่ายจะมีการแห่ ปราสาทผึ้ง และ ต้นกัลปพฤกษ์ จาก วัดศรีสัตนาค ไปประกอบพิธีตามวัดสำคัญต่างๆ ในนครเวียงจันทน์ ก่อนจะแห่ปราสาทผึ้งเวียนรอบ พระธาตุหลวง 3 รอบในวันที่ 15 ค่ำ เดือน 12 และหลังจากเสร็จงานที่พระธาตุหลวงแล้ว ในวัน 1 ค่ำ เดือน 12 ก็จะมีการแห่ปราสาทผึ้งมาถวายที่ วัดองค์ตื้อ และ วัดอินแปง จึงถือเป็นการเสร็จสิ้นพิธีนมัสการพระธาตุหลวงค่ะ นับเป็นงานใหญ่ประจำปีที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดยมีประชาชนลาว และนักท่องเที่ยวมาร่วมงานจากทั่วทุกทั่วทุกสารทิศเลยทีเดียวค่ะ

บริเวณด้านหน้าของพระธาตุหลวงเวียงจันทน์ ยังมี อนุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่งของอาณาจักรล้านช้างค่ะ โดยเป็นผู้สถาปนากรุงเวียงจันทน์ให้เป็นศูนย์กลางอารยธรรมอีกด้วย เป็นที่สักการะบูชาของชาวลาว เราก็มาแวะสักการะกันค่ะ
ครที่มา เที่ยวเวียงจันทน์ แน่นอนเลยว่า นอกจาก ประตูชัย และตลาดมืดแล้ว พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ ก็เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ต้องห้ามพลาดเลยค่ะ เพราะนอกจากเราจะได้ว่าไหว้สักการะ ทำบุญ กันแล้ว ยังได้รูปสวยๆ กลับมาเป็นที่ระลึกด้วย ที่นี่ถ่ายรูปสวยทุกมุมเลยจริงๆ นะคะ ลองมาเที่ยวกันดูตามเราได้เลยค่ะ

เที่ยวประตูไชย เวียงจันทน์ ประเทศลาว

เมื่อมาเที่ยว สปป.ลาว อีกแห่งที่ไม่ควรพลาด คือ ประตูไซ คณะของเราไม่เคยพลาดเหมือนกัน ไปชมและเรียนรู้ประวัติศาสตร์กับ ประตูไซ (Patuxai) ของประเทศลาวกันค่ะ สถานที่แห่งนี้เป็นจุดไฮไลต์ของเมืองเวียงจันทน์ ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวประเทศลาวแล้วยังไม่ได้ไปเยือนที่ ประตูไซ (Patuxai) ถือว่ายังไปไม่ถึงนะคะทุกคน เพราะมีทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ และการตกแต่งที่นำเอาศาสนามาผสมผสานให้ออกมามีความสวยงามอลังการ คนลาวจึงมีความภูมิใจนำเสนออย่างมาก บอกเลยว่าประวัติของประตูไซน่าสนใจ ไม่แพ้เสาชิงช้าบ้านเราเลย ประตูไซ คำว่า "ไซ" มาจากภาษาสันสกฤตคือคำว่า "ชยะ" หมายถึง "ชนะ" ประตูไซ (Patuxai) เป็นอนุสรณ์สถานตั้งอยู่ท้ายสุดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของถนนล้านช้าง ใจกลางนครเวียงจันทน์ ประเทศลาว แต่เดิมรู้จักกันในชื่อ "อานุสาวะลี" (ອານຸສາວະລີ) หมายถึง "ความทรงจำ" ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2500 ถึง พ.ศ. 2511 สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน สำหรับสดุดีแก่ทหารลาวที่เสียชีวิตในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง และในการกอบกู้เอกราชจากประเทศฝรั่งเศส 

ในช่วง พ.ศ. 2518 ขบวนการปฏิวัติฝ่ายคอมมิวนิสต์ของประเทศลาว ยึดอำนาจรัฐบาลได้เด็ดขาดและพระมหากษัตริย์สละราชสมบัติ ทำให้เปลี่ยนการปกครองจากแบบเดิม เปลี่ยนเป็นสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ จึงได้ทำการเปลี่ยนชื่อจาก “อานุสาวะลี” เป็น "ประตูไซ"  เพื่อเป็นเกียรติแก่ชัยชนะของคณะปฏิวัติ และชื่อนี้ เราก็ได้ยินและรู้จักจนถึงปัจจุบันนี้
วัสดุที่ใช้ก่อสร้างเป็นปูนซีเมนต์จากสหรัฐอเมริกา ที่ใช้สำหรับสร้างสนามบินใหม่ในเวียงจันทน์ แต่รัฐบาลลาวในสมัยนั้นกลับนำมาใช้ในการสร้าง ประตูไซ แทน แต่ประตูไซนั้น ได้หยุดการสร้างลงในปี พ.ศ. 2511 ไม่ได้สร้างให้เสร็จสมบูรณ์ตามที่ออกแบบไว้ในตอนแรกแต่อย่างใด เพราะสถานการณ์บ้านเมืองในตอนนั้นปั่นป่วนวุ่นวายอย่างมากค่ะ จึงทำให้ไม่สามารถสร้างต่อให้เสร็จได้ มูลค่าทั้งหมดที่ใช้สร้างไปประมาณ 63 ล้านกีบ เยอะมากๆเลยค่ะ 
ในส่วนของการตกแต่งของประตูไซ (Patuxai) ถูกตกแต่งด้วยศิลปะแบบล้านช้าง นำสัตว์ในตำนานตามความเชื่อของศาสนาพุทธ เช่น กินรี พญานาค และเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู ตกแต่งบริเวณโดยรอบของประตู โดยจะมีการจัดแสดงน้ำพุประกอบดนตรีได้อย่างสวยงามมากค่ะ การมาชมน้ำพุดนตรี ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ ของที่นี่ค่ะ สามารถเดินขึ้นไปด้านบนของ ประตูไซ (Patuxai) ได้เพื่อชมวิวมุมสูงของนครหลวง​เวียงจันทน์แบบ 360 องศาได้เลยค่ะ มีทั้งหมด 7 ชั้น บันไดวน 197 ขั้น โดยแต่ละชั้นยังมีร้านของขายของที่ระลึกเพื่อให้แวะชมพักเหนื่อยและยังเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกได้อีกนะคะ ด้านล่างก็มีของฝากให้เราเลือกซื้อได้เลยค่ะ ราคาก็สบายกระเป๋าเลย แม่ค้าใจดี ไปเที่ยวก็อย่าลืมอุดหนุนกันนะคะ

เที่ยวพิพิธภัณฑ์หอพระแก้ว เวียงจันทร์ สปป.ลาว

เดินทางไปชมโบราณวัตถุที่มีคุณค่า ณ หอพระแก้ว กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว หนึ่งสถานที่ควรมาเที่ยวเวียงจันทน์ ต้องมาที่นี่ 

หอพระแก้วสร้างขึ้นในปีพ.ศ 1565 เป็นระยะไล่เลี่ยกับการสถาปนาเมืองเวียงจันทน์ขึ้นเป็นนครหลวงของอาณาจักรลาวล้านช้างภายใต้การนำพาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชในศตวรรษที่ 16 หอพักแก้วสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ประทับขององค์พระแก้วมรกตนี้ตั้งอยู่ภายในบริเวณพระราชวังของเจ้าชีวิตไกลจากฝั่งแม่น้ำโขงประมาณ 150 เมตร โครงสร้างของอาคารหอพระแก้วที่เห็นปัจจุบันออกแบบโดยสมเด็จเจ้าสุวรรณภูมาเฉพาะโครงสร้างพื้นผังเบื้องล่างก่อสร้างดังเดิมมีลักษณะพิเศษอยู่ว่าสกุลช่างสถาปัตยกรรมศิลป์ลักษณะนี้ในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชปรากฏว่ามีแห่งเดียวเท่านั้นที่มีระเบียงล้อมรอบด้านนอกของฝาผนังตึกซึ่งมีลักษณะคล้ายตระกูลช่างสถาปัตยกรรมสมัยเจ้าอนุวงศ์ต้นศตวรรษที่ 19 พงศาวดารกล่าวว่าเจ้าอนุวงศ์ได้ซ่อมพระแก้วแต่ไม่ได้สร้างหอพระแก้วเฉพาะประติมากรรมตกแต่งและศิลปะลวดลาย ต่างๆที่ประดับตามเสาฝาผนังน่าจะเป็นสกุลช่างศิลปะสมัยเจ้าอนุวงศ์โดยเฉพาะด้านทิศตะวันออกน่าจะทำขึ้นเมื่อประมาณศตวรรษที่ 18
หอพระแก้วเป็นมรดกทางด้านวัฒนธรรมที่มีคุณค่าสูงตั้งอยู่บนอาณาจักรล้านช้างในศตวรรษที่ 16 17 และ 18 ตามพงศาวดารลาวได้บันทึกว่าเมื่อปีพ.ศ 2547 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชพระราชโอรสของพระเจ้าโพธิสาระกลางแห่งนครเชียงทองหลวงพระบางได้ถูกส่งไปปกครองร้านล้านนาเชียงใหม่ตามคำร้องของเจ้านครเชียงใหม่ในเวลานั้นพระแก้วมรกตก็ได้ประทับอยู่ที่เชียงใหม่ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้มีความเลื่อมใสอย่างยิ่งต่อพระแก้วมรกตจึงได้อัญเชิญเอาพระแก้วมรกตมาไว้ที่นครเชียงทองหลวงพระบาง เพื่อความปลอดภัยเพราะว่าในขณะนั้นนครเชียงใหม่เป็นเป้าหมายการรุกรานของพม่า
ต่อมาเมื่อปีพ. ศ. 2560 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้ย้ายนครหลวงจากนครเชียงทองลงมาสร้างเมืองอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์ จึงได้ย้ายพระแก้วมรกตลงมาไว้นครหลวงเวียงจันทน์จนถึงพ.ศ 1565 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชให้นายช่างสร้างหอพระแก้วขึ้น เพื่อเป็นที่ประทับสมเกียรติของพระแก้วมรกตอยู่ภายในบริเวณพระราชวังของพระองค์เอง
นับตั้งแต่นั้นมาพระแก้วมรกตก็ได้ประทับอยู่หอพักแก้วนครหลวงเวียงจันทน์ถึงปีพ.ศ 1778 พระแก้วมรกตก็ถูกแม่ทัพสยามยึดไปไว้ที่บางกอก สรุปพระแก้วมรกตได้ประทับอยู่นครหลวงเวียงจันทน์นานถึง 219 ปี
ต่อมาปีคริสตศักราช 1828 ถึง 1829 นครหลวงเวียงจันทน์ก็ได้ถูกสงครามหอพระแก้วก็ถูกเผาทำลายจนกระทั่งเป็นเมืองร้างไปชั่วขณะหนึ่ง
หอพระแก้วได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปีพ.ศ 1900 36 หลังจากที่ผ่านไปถึง 107 ปีประชาชนลาวได้ทยอยกันเข้ามาตั้งหลักฐานอยู่นครหลวงเวียงจันทน์มีการก่อสร้างและบูรณะวัดวาอารามต่างๆเริ่มตี 6890 3 ในเวลานั้นหอพระแก้วยังเหลือแต่ซากจากสงครามมีปรากฏจากหลักฐานรูปถ่ายในปีพ. ศ. 1911 โดยนักค้นคว้าต่างชาติสังเกตจากเสาและสิ่งก่อสร้างด้านล่างของตึก 
กระทั่งปีพ.ศ 2536 มีการบูรณะซ่อมแปลงขึ้นใหม่ได้รักษาโครงสร้างก่อสร้างเดิมเท่าที่ยังเหลือโดยโครงสร้างก่อสร้างด้านบนสร้างใหม่โดยการออกแบบของสมเด็จเจ้าสุวรรณภูมิมา ศิลปโบราณที่พิเศษคือประตูบานใหญ่ทางเข้าทางทิศตะวันออกสลักจากไม้เนื้อแข็งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในศวรรษที่ 18
เวียงจันทน์มีวัดหรือวัดที่สวยงามหลายแห่ง แต่หนึ่งในสถานที่ที่น่าประทับใจและน่าสนใจที่สุดคือวัดหอพระแก้ว เดิมสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1565 ในฐานะโบสถ์ส่วนตัวของราชวงศ์ลาวและเป็นที่ตั้งของพระแก้วมรกตหลังจากที่ถูกคว้ามาจากทางเหนือของสยาม (ประเทศไทย) รูปปั้นหยกศักดิ์สิทธิ์นี้ถูกยึดคืนโดยชาวสยามในปี พ.ศ. 2321 และขณะนี้ตั้งอยู่ที่วัดพระแก้วในกรุงเทพมหานคร แม้จะไม่มีพระแก้วมรกต แต่หอพระแก้วก็คุ้มค่าแก่การเยี่ยมชม ส่วนเดียวของพระบรมมหาราชวังเก่าที่รอดชีวิตมาได้วัดนี้ไม่ได้ใช้เพื่อจุดประสงค์ทางศาสนาอีกต่อไปและปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์
ชื่อหอพระแก้วหมายถึง 'แท่นบูชาพระแก้วมรกต' โดยอ้างอิงจากข้อเท็จจริงที่ว่ามีเพียงแท่นบูชาที่เหลืออยู่ เมื่อรูปปั้นถูกย้ายออก หนังสือคู่มือภาษาอังกฤษมักจะอ้างถึงว่าเป็นวัดพระแก้วมรกต วัดนี้สร้างขึ้นครั้งแรกบนพื้นที่ของพระราชวังในปีค. ศ. 1565 แต่ถูกทำลายในการรุกรานของสยามในปี 1828-29 พระเจ้าสุวันนะพูมา ได้ดูแลการสร้างวัดหอพระแก้วระหว่างปี พ.ศ. 2479 - 2485 แม้ว่าจะค่อนข้างใหม่ แต่โครงสร้างสไตล์โรโคโคของอาณาจักรสยาม นั้นมีรูปแบบดั้งเดิมที่ชัดเจน บนระเบียงคุณจะเห็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของรูปปั้นชาวพุทธในประเทศลาว •ภายในวิหารเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีสมบัติของลาวมากมายเช่นบัลลังก์ปิดทองแผ่นศิลาพุทธศาสนาเขมรแกะสลักไม้กลองกบสีบรอนซ์และต้นฉบับใบตาล 
ด้านในหอพระแก้วเราถ่ายภาพไม่ได้นะคะ  แต่ด้านมีวัตถุโบราณที่มีคุณค่ามากมายค่ะ เที่ยวเวียงจันทน์ต้องไม่พลาดหอพระแก้วนะคะ 

ขอพรวัดเจ้าแม่ศรีเมือง เวียงจันทน์ สปป ลาว

ไปไหว้พระทำบุญกันที่ วัดสีเมือง หรือ วัดศรีเมือง วัดศักดิ์สิทธิ์ อีกแห่งของลาวซึ่งตั้งอยู่ที่ เวียงจันทน์ ค่ะ โดยที่วัดแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับการทำพิธีสำคัญของกษัตริย์แห่งลาวในอดีต และยังประดิษฐาน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ อีกด้วย ใครที่ได้ไปเที่ยวเวียงจันทน์แล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาดไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลกันค่ะ 

วัดสีเมือง หรือ วัดศรีเมือง (Wat Si Muang) เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ของลาว เพราะเป็นสถานที่ตั้งของ เสาหลักเมืองเวียงจันทน์ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2106 ในสมัยของ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ชื่อวัดนั้นมีความเกี่ยวข้องกับหญิงสาวชื่อ "สี" ซึ่งเป็นหญิงท้องแก่ ที่ยอมสละชีวิตพร้อมลูกในท้อง และม้าอีกหนึ่งตัว เพื่อเป็นผีอารักษ์เสาหลักเมืองเวียงจันทน์ จึงได้นำเอาชื่อมาตั้งเป็นชื่อวัดว่า "วัดสีเมือง" และชาวเวียงจันทน์ เรียกหญิงสาวกันว่า "ย่าแม่สีเมือง" สืบกันมาค่ะ ทำให้ในทุกปีก่อนจะมีบุญนมัสการ พระธาตุหลวง จะต้องมีการจัดพิธีกรรมทำบุญอยู่ที่วัดสีเมืองก่อน

เนื่องจากมีความเชื่อว่า เจ้าแม่สีเมือง สามารถดลบันดาลในสิ่งที่มาบนบาลศาลกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่การงาน โชคลาภ คุ้มครองเวลาเดินทางไกล สอบเข้าเรียนต่อหรือทำงาน โดยเฉพาะเรื่องของการมีบุตร

จำนวนผู้เข้าชม 145 ครั้ง