
เที่ยวลาว เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง โดยรถไฟความเร็วสูง
ทริปนี้เราพาคณะเดินทางไปประเทศลาว เที่ยวเวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง ทริปนี้คณะสนุกสนาน เป็นกันเอง ตลอดทริปเลยค่ะ ขอบคุณที่ให้ยิ้มละไมทราเวลได้ดูแลทุกท่านในทุกการเดินทาง
พาคณะดูงาน จังหวัดอุดรธานี
คณะศึกษาดูงาน จังหวัดอุดรธานี










ร้านอาหารอร่อยที่อุดรธานี
คณะเราไปทานอาหารหลังจากดูงาน

















เดินทางไปขอพรที่ คำชะโนด
หนึ่งไฮไลท์ที่สายมูต้องไม่พลาด คือที่นี่ เมื่อมาอุดรธานี เราไปขอพรจากองค์พ่อปู่ศรีสุทโธ องค์แม่ย่าศรีปทุมมา ณ คำชะโนด วังนาคินท์ เฮงๆ รวยๆ ทุกท่านนะคะ
























เดินทางเที่ยวเวียงจันทน์
เราพาคณะข้ามด่านไทย ณ ด่านชายแดนจังหวัดหนองคาย และไปที่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว หลายคนบอกว่าใกล้ๆบ้านเราไม่น่ามีอะไรเที่ยว แต่ที่นี่มีเยอะนะคะ สายมู สายพญานาคต้องมาสักการะ วัดธาตุหลวง เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวลาวและทุกๆคน มาเวียงจันทน์ต้องมาที่นี่ คณะของเราเดินรอบพระธาตุเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ และ ถือเป็นการได้รับพรดีๆ ราบรื่น ทุกๆการมาเยือน เวียงจันทน์ เมืองหลวงของ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เต็มไปด้วยปูชนียสถานสำคัญ หนึ่งในนั้นก็คือ พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ Pha That Luang Vientiane ค่ะ ศาสนสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เรียกได้ว่า หากไม่ไปกราบไหว้สักการะก็เหมือนไปไม่ถึงเวียงจันทน์เลยทีเดียว ตามเรามาเที่ยวชมความสวยงามของที่นี่กันได้เลย!
ประวัติ พระธาตุหลวงเวียงจันทน์
หากถามถึงปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดของ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แล้ว สถานที่แรกที่นึกถึงคงต้องเป็น พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า พระเจดีย์โลกะจุฬามณี ที่ตั้งอยู่บริเวณทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ เวียงจันทน์ (Vientiane)ที่นี่นับเป็นพระธาตุที่เก่าแก่มากๆ ตามตำนานกล่าวไว้ว่า พระธาตุหลวงนั้นสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองเวียงจันทน์ สันนิษฐานว่าสร้างในช่วงปี พ.ศ.238 โดย บุรีจันอ้วยล้วย หรือ พระเจ้าจันทบุรีประสิทธิศักดิ์ เจ้าเหนือหัวผู้ครองนครเวียงจันทน์พระองค์แรก พร้อมกับพระอรหันต์ 5 องค์นั่นเองค่ะ และเชื่อว่าก่อสร้างในยุคสมัยเดียวกับ พระธาตุพนม ที่จังหวัดนครพนม ประเทศไทยด้วย นับว่ามีอายุกว่าสองพันปีเลยทีเดียว
ประเพณีบุญนมัสการพระธาตุหลวงเวียงจันทน์
นอกจากนี้ในทุกๆ ปีจะมีการจัดงานประจำปีของประเทศลาวคือ ประเพณีบุญนมัสการพระธาตุหลวง ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณกาลค่ะ ในวัน ขึ้น 13 ค่ำเดือน 12 ตอนบ่ายจะมีการแห่ ปราสาทผึ้ง และ ต้นกัลปพฤกษ์ จาก วัดศรีสัตนาค ไปประกอบพิธีตามวัดสำคัญต่างๆ ในนครเวียงจันทน์ ก่อนจะแห่ปราสาทผึ้งเวียนรอบ พระธาตุหลวง 3 รอบในวันที่ 15 ค่ำ เดือน 12 และหลังจากเสร็จงานที่พระธาตุหลวงแล้ว ในวัน 1 ค่ำ เดือน 12 ก็จะมีการแห่ปราสาทผึ้งมาถวายที่ วัดองค์ตื้อ และ วัดอินแปง จึงถือเป็นการเสร็จสิ้นพิธีนมัสการพระธาตุหลวงค่ะ นับเป็นงานใหญ่ประจำปีที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดยมีประชาชนลาว และนักท่องเที่ยวมาร่วมงานจากทั่วทุกทั่วทุกสารทิศเลยทีเดียวค่ะ


















เที่ยวประตูไชย เวียงจันทน์ ประเทศลาว
เมื่อมาเที่ยว สปป.ลาว อีกแห่งที่ไม่ควรพลาด คือ ประตูไซ คณะของเราไม่เคยพลาดเหมือนกัน ไปชมและเรียนรู้ประวัติศาสตร์กับ ประตูไซ (Patuxai) ของประเทศลาวกันค่ะ สถานที่แห่งนี้เป็นจุดไฮไลต์ของเมืองเวียงจันทน์ ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวประเทศลาวแล้วยังไม่ได้ไปเยือนที่ ประตูไซ (Patuxai) ถือว่ายังไปไม่ถึงนะคะทุกคน เพราะมีทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ และการตกแต่งที่นำเอาศาสนามาผสมผสานให้ออกมามีความสวยงามอลังการ คนลาวจึงมีความภูมิใจนำเสนออย่างมาก บอกเลยว่าประวัติของประตูไซน่าสนใจ ไม่แพ้เสาชิงช้าบ้านเราเลย ประตูไซ คำว่า "ไซ" มาจากภาษาสันสกฤตคือคำว่า "ชยะ" หมายถึง "ชนะ" ประตูไซ (Patuxai) เป็นอนุสรณ์สถานตั้งอยู่ท้ายสุดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของถนนล้านช้าง ใจกลางนครเวียงจันทน์ ประเทศลาว แต่เดิมรู้จักกันในชื่อ "อานุสาวะลี" (ອານຸສາວະລີ) หมายถึง "ความทรงจำ" ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2500 ถึง พ.ศ. 2511 สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน สำหรับสดุดีแก่ทหารลาวที่เสียชีวิตในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง และในการกอบกู้เอกราชจากประเทศฝรั่งเศส
































เที่ยวพิพิธภัณฑ์หอพระแก้ว เวียงจันทร์ สปป.ลาว
เดินทางไปชมโบราณวัตถุที่มีคุณค่า ณ หอพระแก้ว กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว หนึ่งสถานที่ควรมาเที่ยวเวียงจันทน์ ต้องมาที่นี่
หอพระแก้วสร้างขึ้นในปีพ.ศ 1565 เป็นระยะไล่เลี่ยกับการสถาปนาเมืองเวียงจันทน์ขึ้นเป็นนครหลวงของอาณาจักรลาวล้านช้างภายใต้การนำพาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชในศตวรรษที่ 16 หอพักแก้วสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ประทับขององค์พระแก้วมรกตนี้ตั้งอยู่ภายในบริเวณพระราชวังของเจ้าชีวิตไกลจากฝั่งแม่น้ำโขงประมาณ 150 เมตร โครงสร้างของอาคารหอพระแก้วที่เห็นปัจจุบันออกแบบโดยสมเด็จเจ้าสุวรรณภูมาเฉพาะโครงสร้างพื้นผังเบื้องล่างก่อสร้างดังเดิมมีลักษณะพิเศษอยู่ว่าสกุลช่างสถาปัตยกรรมศิลป์ลักษณะนี้ในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชปรากฏว่ามีแห่งเดียวเท่านั้นที่มีระเบียงล้อมรอบด้านนอกของฝาผนังตึกซึ่งมีลักษณะคล้ายตระกูลช่างสถาปัตยกรรมสมัยเจ้าอนุวงศ์ต้นศตวรรษที่ 19 พงศาวดารกล่าวว่าเจ้าอนุวงศ์ได้ซ่อมพระแก้วแต่ไม่ได้สร้างหอพระแก้วเฉพาะประติมากรรมตกแต่งและศิลปะลวดลาย ต่างๆที่ประดับตามเสาฝาผนังน่าจะเป็นสกุลช่างศิลปะสมัยเจ้าอนุวงศ์โดยเฉพาะด้านทิศตะวันออกน่าจะทำขึ้นเมื่อประมาณศตวรรษที่ 18
หอพระแก้วเป็นมรดกทางด้านวัฒนธรรมที่มีคุณค่าสูงตั้งอยู่บนอาณาจักรล้านช้างในศตวรรษที่ 16 17 และ 18 ตามพงศาวดารลาวได้บันทึกว่าเมื่อปีพ.ศ 2547 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชพระราชโอรสของพระเจ้าโพธิสาระกลางแห่งนครเชียงทองหลวงพระบางได้ถูกส่งไปปกครองร้านล้านนาเชียงใหม่ตามคำร้องของเจ้านครเชียงใหม่ในเวลานั้นพระแก้วมรกตก็ได้ประทับอยู่ที่เชียงใหม่ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้มีความเลื่อมใสอย่างยิ่งต่อพระแก้วมรกตจึงได้อัญเชิญเอาพระแก้วมรกตมาไว้ที่นครเชียงทองหลวงพระบาง เพื่อความปลอดภัยเพราะว่าในขณะนั้นนครเชียงใหม่เป็นเป้าหมายการรุกรานของพม่า
ต่อมาเมื่อปีพ. ศ. 2560 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้ย้ายนครหลวงจากนครเชียงทองลงมาสร้างเมืองอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์ จึงได้ย้ายพระแก้วมรกตลงมาไว้นครหลวงเวียงจันทน์จนถึงพ.ศ 1565 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชให้นายช่างสร้างหอพระแก้วขึ้น เพื่อเป็นที่ประทับสมเกียรติของพระแก้วมรกตอยู่ภายในบริเวณพระราชวังของพระองค์เอง
นับตั้งแต่นั้นมาพระแก้วมรกตก็ได้ประทับอยู่หอพักแก้วนครหลวงเวียงจันทน์ถึงปีพ.ศ 1778 พระแก้วมรกตก็ถูกแม่ทัพสยามยึดไปไว้ที่บางกอก สรุปพระแก้วมรกตได้ประทับอยู่นครหลวงเวียงจันทน์นานถึง 219 ปี
ต่อมาปีคริสตศักราช 1828 ถึง 1829 นครหลวงเวียงจันทน์ก็ได้ถูกสงครามหอพระแก้วก็ถูกเผาทำลายจนกระทั่งเป็นเมืองร้างไปชั่วขณะหนึ่ง
หอพระแก้วได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปีพ.ศ 1900 36 หลังจากที่ผ่านไปถึง 107 ปีประชาชนลาวได้ทยอยกันเข้ามาตั้งหลักฐานอยู่นครหลวงเวียงจันทน์มีการก่อสร้างและบูรณะวัดวาอารามต่างๆเริ่มตี 6890 3 ในเวลานั้นหอพระแก้วยังเหลือแต่ซากจากสงครามมีปรากฏจากหลักฐานรูปถ่ายในปีพ. ศ. 1911 โดยนักค้นคว้าต่างชาติสังเกตจากเสาและสิ่งก่อสร้างด้านล่างของตึก
กระทั่งปีพ.ศ 2536 มีการบูรณะซ่อมแปลงขึ้นใหม่ได้รักษาโครงสร้างก่อสร้างเดิมเท่าที่ยังเหลือโดยโครงสร้างก่อสร้างด้านบนสร้างใหม่โดยการออกแบบของสมเด็จเจ้าสุวรรณภูมิมา ศิลปโบราณที่พิเศษคือประตูบานใหญ่ทางเข้าทางทิศตะวันออกสลักจากไม้เนื้อแข็งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในศวรรษที่ 18
เวียงจันทน์มีวัดหรือวัดที่สวยงามหลายแห่ง แต่หนึ่งในสถานที่ที่น่าประทับใจและน่าสนใจที่สุดคือวัดหอพระแก้ว เดิมสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1565 ในฐานะโบสถ์ส่วนตัวของราชวงศ์ลาวและเป็นที่ตั้งของพระแก้วมรกตหลังจากที่ถูกคว้ามาจากทางเหนือของสยาม (ประเทศไทย) รูปปั้นหยกศักดิ์สิทธิ์นี้ถูกยึดคืนโดยชาวสยามในปี พ.ศ. 2321 และขณะนี้ตั้งอยู่ที่วัดพระแก้วในกรุงเทพมหานคร แม้จะไม่มีพระแก้วมรกต แต่หอพระแก้วก็คุ้มค่าแก่การเยี่ยมชม ส่วนเดียวของพระบรมมหาราชวังเก่าที่รอดชีวิตมาได้วัดนี้ไม่ได้ใช้เพื่อจุดประสงค์ทางศาสนาอีกต่อไปและปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์
ชื่อหอพระแก้วหมายถึง 'แท่นบูชาพระแก้วมรกต' โดยอ้างอิงจากข้อเท็จจริงที่ว่ามีเพียงแท่นบูชาที่เหลืออยู่ เมื่อรูปปั้นถูกย้ายออก หนังสือคู่มือภาษาอังกฤษมักจะอ้างถึงว่าเป็นวัดพระแก้วมรกต วัดนี้สร้างขึ้นครั้งแรกบนพื้นที่ของพระราชวังในปีค. ศ. 1565 แต่ถูกทำลายในการรุกรานของสยามในปี 1828-29 พระเจ้าสุวันนะพูมา ได้ดูแลการสร้างวัดหอพระแก้วระหว่างปี พ.ศ. 2479 - 2485 แม้ว่าจะค่อนข้างใหม่ แต่โครงสร้างสไตล์โรโคโคของอาณาจักรสยาม นั้นมีรูปแบบดั้งเดิมที่ชัดเจน บนระเบียงคุณจะเห็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของรูปปั้นชาวพุทธในประเทศลาว •ภายในวิหารเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีสมบัติของลาวมากมายเช่นบัลลังก์ปิดทองแผ่นศิลาพุทธศาสนาเขมรแกะสลักไม้กลองกบสีบรอนซ์และต้นฉบับใบตาล
































ขอพรวัดเจ้าแม่ศรีเมือง เวียงจันทน์ สปป ลาว
ไปไหว้พระทำบุญกันที่ วัดสีเมือง หรือ วัดศรีเมือง วัดศักดิ์สิทธิ์ อีกแห่งของลาวซึ่งตั้งอยู่ที่ เวียงจันทน์ ค่ะ โดยที่วัดแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับการทำพิธีสำคัญของกษัตริย์แห่งลาวในอดีต และยังประดิษฐาน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ อีกด้วย ใครที่ได้ไปเที่ยวเวียงจันทน์แล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาดไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลกันค่ะ
เนื่องจากมีความเชื่อว่า เจ้าแม่สีเมือง สามารถดลบันดาลในสิ่งที่มาบนบาลศาลกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่การงาน โชคลาภ คุ้มครองเวลาเดินทางไกล สอบเข้าเรียนต่อหรือทำงาน โดยเฉพาะเรื่องของการมีบุตร






















