Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

เปิดทุกวัน

08.30 - 17.30 น.

เราช่วยคุณได้

@yhimlamaitravel

Travel License : 51/00958

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เจิ้งโจว มหานครของจีน ที่น่าไปเยือน

เจิ้งโจว มหานครของจีน ที่น่าไปเยือน

20

Jan

จีน

เจิ้งโจว มหานครของจีน ที่น่าไปเยือน

นครเจิ้งโจว (Zhengzhou) เมืองหลวงของมณฑลเหอนาน ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเหลืองตอนปลายของที่ราบจีนเหนือ เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง เมืองแห่งนี้มีประชากรประมาณ 1 ล้านคน มีพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันนครเจิ้งโจวนับเป็นเมืองอุตสาหกรรมแห่งใหม่ของจีน เมืองเอกของมณฑลเหอหนาน หนึ่งในแปดเมืองโบราณของจีน แหล่งกำเนิดอารยธรรมสามพันปี เป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ซาง และศูนย์รวมของโบราณล้ำค่ากว่า 130,000 ชิ้น แค่นี้ก็รู้ว่าน่าไปแล้วใช่มั้ยล่ะ ส่วนสถานที่เที่ยวเจิ้งโจวสำคัญๆ ก็มี น่าสนใจมากๆค่ะ ใครแพลนที่เที่ยวไว้แนะนำเลยค่ะว่าต้องไปเยือน นครเจิ้งโจว มีมหาวิทยาลัยเจิ้งโจวเป็นมหาวิทยาลัยใหญ่และโด่งดังมาก  หรือใครกำลังมองหามหาวิทยาลัยด้านวิศวะที่เมืองนี้มีให้ท่านได้มาศึกษาเลยค่ะ เรื่องกินต้องลอง  อาหารที่เจิ้งโจวอรอ่ยมากค่ะ  เราสามารถไปลองทานอาหารหลากหลายได้นะคะ รสชาติดีเลย ต้องไม่พลาด ช้อปปิ้ง 

แนะนำ จัตุรัสอื้อฉี (Erqi Square)

แหล่งช้อปปิ้งใจกลางเมือง เป็นย่านการค้าที่คึกคักมากที่สุดในเจิ้งโจว แหล่งรวมห้างและร้านอาหารมากมาย และโดดเด่นสะดุดตาด้วยตึก Er 'Qi Memorial Tower หอนาฬิกาทรง 5 เหลี่ยมสไตล์จีนโบราณ ที่สร้างเพื่อรำลึกถึงการนัดหยุดงานของคนงานรถไฟ สาย Jinghan (ปักกิ่ง-หวู่ฮั่น) ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ซึ่ง Erqi หรือ 27 ก็มาจากวันที่ 7 เดือน 2 นั่นเอง รับรองว่าถ้ามาเที่ยวเจิ้งโจวแล้วอยากจะช้อปปิ้ง ที่นี่มีให้แน่นอนที่เที่ยวแนะนำ 

รูปปั้นแห่งจักพรรดิ์เอี้ยนและหวง (Statue of the Emperores Yan and Huang)

รูปปั้นที่สร้างเพื่อรำลึกถึงสองจักรพรรดิ์อันยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของจีน ซึ่งสร้างเสร็จเมื่อปี 2007 และสูงถึง 106 เมตร ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำเหลือง เป็นไฮไลท์อีกแห่งที่ต้องไปเก็บภาพสวยก่อนเดินทางกลับ 

เชื่อว่า หลายคนต้องเคยได้ยินชื่อสถานที่แห่งนี้ วัดเส้าหลิน (Shaolin Monastery)

คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักวัดเส้าหลิน โดยเฉพาะภาพยนตร์จีนกำลังภายในต้องคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี และไม่ได้มีแค่เพียงแต่ในหนัง แต่วัดเส้าหลินมีจริงๆ เป็นวัดทางพระพุทธศาสนานิยายมหายาน ที่มีความเก่าแก่ยาวนานกว่า 1,500 ปี และรวมไปถึงศิลปะการต่อสู้กังฟูอันโด่งดังจนมีคำพูดว่า "ศิลปะการต่อสู้ทั้งหมดเกิดจากวัดเส้าหลิน" ไปเจิ้งโจว ต้องไปเยือนกันนะคะ และบริเวณวัดเส้าหลินยังรายล้อมไปด้วยป่าเจดีย์ หรือถ่าหลิน มากกว่า 200 องค์ ซึ่งเป็นสุสานของอดีตเจ้าอาวาสและหลวงจีน ซึ่งมีมาตั้งแต่ในยุคสมัยของราชวงศ์ถัง 

ราชวงศ์ถัง (จีน: 唐朝) หรือ จักรวรรดิถัง เป็นราชวงศ์ของจีนที่ปกครองตั้งแต่ ค.ศ. 618 ถึง ค.ศ. 907 โดยในช่วงสั้น ๆ ระหว่าง ค.ศ. 690 ถึง ค.ศ. 705 ราชวงศ์อู่โจวได้เข้ามาแทนที่การปกครองของราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ถังสืบเนื่องต่อจากราชวงศ์สุยและสิ้นสุดลงเป็นยุคห้าราชวงศ์และสิบอาณาจักร นักประวัติศาสตร์มักมองว่าราชวงศ์ถังเป็นจุดสูงสุดของอารยธรรมจีน และเป็นยุคทองของวัฒนธรรมสากล ดินแดนของราชวงศ์ถังที่ได้มาจากการต่อสู้ทางทหารในช่วงต้น เทียบได้กับดินแดนของราชวงศ์ฮั่น


ตระกูลหลี่ได้ก่อตั้งราชวงศ์ขึ้นภายหลังราชวงศ์สุยเริ่มเสื่อมลงและล่มสลาย โดยในช่วงครึ่งแรกของราชวงศ์ถังเป็นสมัยแห่งความก้าวหน้าและความมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง แต่การปกครองภายใต้ราชวงศ์ถังถูกขัดจังหวะในระหว่าง ค.ศ. 690–705 เมื่อจักรพรรดินีบูเช็กเทียนแย่งชิงราชบัลลังก์ พร้อมทั้งสถาปนาราชวงศ์อู่โจว ทำให้พระองค์กลายเป็นจักรพรรดินีพระองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน ต่อมาในช่วงครึ่งหลังภายใต้ราชวงศ์ถัง ได้เกิดกบฏอัน ลู่ชาน (ค.ศ. 755–763) ซึ่งนำไปสู่การเสื่อมลงของอำนาจราชสำนัก ราชวงศ์ถังยังคงใช้ระบบราชการเช่นเดียวกับราชวงศ์สุย โดยการคัดเลือกผ่านการสอบที่เป็นมาตรฐานและการรับรองการขึ้นตำแหน่ง แต่จากการเติบโตขึ้นของแม่ทัพทหารตามภูมิภาคต่าง ๆ หรือ "เจี๋ยตู้ฉื่อ" (節度使) ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 เริ่มบ่อนทําลายระบบราชการนี้ ราชสำนักและรัฐบาลกลางเข้าสู่ช่วงเสื่อมอำนาจลงในช่วงครึ่งหลังคริสต์ศตวรรษที่ 9 จากการเกิดกบฏชาวนาที่ส่งผลให้เกิดการสูญเสียและการพลัดถิ่นของประชากรจํานวนมาก ความยากจนที่แพร่กระจายมากขึ้น กอปรกับความขัดแย้งภายในรัฐบาลที่นำไปสู่การสิ้นสุดของราชวงศ์ถังใน ค.ศ. 907


ราชธานีของราชวงศ์ถังอยู่ที่ฉางอาน (ปัจจุบันคือซีอาน) ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก โดยจากการสำรวจสำมะโนประชากรสองครั้งในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 และ 8 สามารถประมาณการได้ว่าจักรวรรดิอาจมีประชากรอยู่ราว 50 ล้านคนและเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 80 ล้านคนในช่วงปลายราชวงศ์ ราชวงศ์ถังได้ยกระดับกองทัพมืออาชีพและเกณฑ์ทหารหลายแสนนายเพื่อต่อสู้กับอนารยชน ด้วยความต้องการที่จะควบคุมเอเชียส่วนในและเส้นทางสายไหม ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ อาณาจักรหรือรัฐห่างไกลจำเป็นต้องถวายเครื่องราชบรรณาการให้แก่ราชสำนักถัง ในขณะที่ราชวงศ์ถังจะเข้าควบคุมทางอ้อมไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ผ่านระบบรัฐบรรณาการ นอกเหนือจากการใช้อำนาจครอบงำทางการเมืองแล้ว ราชวงศ์ถังยังมีอิทธิพลทางวัฒนธรรมต่ออาณาจักรเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออก เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นต้น


วัฒนธรรมจีนเจริญรุ่งเรืองและและเติบโตอย่างถึงขีดสุดในยุคราชวงศ์ถัง โดยถือเป็นยุคทองของกวีนิพนธ์จีน ซึ่งสองกวีที่โดดเด่นที่สุดของจีนอย่าง หลี่ ไป๋ และตู้ ฝู่ ก็ร่วมสมัยกับยุคนี้เช่นกัน ส่วนจิตรกรที่มีชื่อเสียง ได้แก่ หาน ก้าน, จาง สฺเวียน, และโจว ฝ่าง รวมถึงดนตรีราชสำนักจีนก็เฟื่องฟูด้วยเครื่องดนตรีเช่นผีผาที่เป็นที่นิยม นักปราชญ์ในสมัยราชวงศ์ถังได้รวบรวมวรรณคดีประวัติศาสตร์จำนวนมาก เช่นเดียวกับสารานุกรมและผลงานทางภูมิศาสตร์ นวัตกรรมที่โดดเด่นในสมัยนี้ คือ การพัฒนาการพิมพ์แบบแม่พิมพ์ไม้ พระพุทธศาสนาเริ่มมีอิทธิพลอย่างมากในวัฒนธรรมจีน โดยพุทธนิกายพื้นเมืองจีนได้รับความนิยมอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม ในทศวรรษ 840 จักรพรรดิถังอู่จงได้ทรงประกาศนโยบายปราบปรามพุทธ ซึ่งนำไปสู่การลดอิทธิพลลงของศาสนาพุทธในเวลาต่อมา

น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหม เจิ้งโจว เมืองใหญ่ น่าไปเที่ยวมาก จะไปเที่ยวจีน แนะนำเจิ้งโจวนะคะ 

จำนวนผู้เข้าชม 731 ครั้ง